เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 กรมการค้านครฉงชิ่งเปิดเผยว่า ในปี 2563 การนำเข้าและส่งออกพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของนครฉงชิ่งมีมูลค่า 7,810 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.7 เมื่อเทียบกับปี 2562 เนื่องจากรัฐบาลนครฉงชิ่งเน้นการพัฒนากระบวนการการผลิตรวมการนำเข้าส่งออกให้ครอบคลุมรอบด้าน
รัฐบาลนครฉงชิ่งมีนโยบายการส่งเสริมให้บริษัทหรือนักลงทุนที่สนใจการนำเข้าและส่งออกผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนไปลงทุนสร้างฐานการผลิตหรือคลังส่งสินค้าที่นครฉงชิ่ง โดยเน้นให้การเนินธุรกิจแบบ B2B อีกทั้งผลักดันให้แต่ละเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ซึ่งเดือนแรกหลังจากเปิดเขตสาธิตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน มีมูลค่าส่งออกภายในเขตรวม 184 ล้านหยวน
นอกจากนี้ นครฉงชิ่งยังได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุนโดยนำเงินจากกองทุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าต่างประเทศไปช่วยเหลือวิสาหกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน 30 แห่ง ส่งเสริมการนำเข้าส่งออกมากกว่า 4,000 ล้านหยวน ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจโรคของการส่งออก ส่งเสริมการใช้รถไฟจีน-ยุโรปในการส่งพัสดุข้ามพรมแดน และพัฒนารูปแบบพิธีศุลกากรแบบ “Mail 9610” อีกทั้งได้สร้างเขตปลอดภาษีเหลี่ยงชุ่น ซีหย่ง เจียงจินและฝูหลิง รวมถึงเขตสาธิตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนหยูเป่ย เพื่อผลักดันการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของนครฉงชิ่งด้วย ตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทที่ดำเนินการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนคือ บริษัทยวูโอที่ดำเนินกิจการนำเข้าส่งออกผ่านช่องทางดังกล่าวเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี มีมูลค่าการนำเข้ามากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 ถือเป็นบริษัทที่ ประสบความสำเร็จจากการเป็นบริษัทระดับภูมิภาค และพัฒนาเป็นบริษัทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระดับประเทศ โดยติดอันดับท็อป 5 ของบริษัทด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของนครฉงชิ่ง
webmaster
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู